ใครที่ชอบทานปลา สลิด แดดเดียวแต่ไม่เคยซื้อทานเองมาก่อน เมื่อถึงเวลาที่ต้องซื้ออาจก็อาจเกิดคำถามว่าปลาสลิดแดดเดียวที่มีคุณภาพดี ควรมีลักษณะอย่างไร เพื่อจะได้จดจำลักษณะเหล่านี้เอาไว้ไปใช้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อ จริงๆแล้วเทคนิคการ จริงๆแล้วเทคนิคการดูปลาสลิดนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงต้องศึกษาข้อมูลประกอบความเข้าใจเล็กน้อยเท่านั้นเอง

ลักษณะของปลา สลิด แดดเดียว ที่ดี

            การดูปลา สลิด แดดเดียวที่ดีนั้นมีหลากหลายวิธีการ ซึ่งอาจต้องดูทั้งลักษณะ กลิ่นและชนิดของปลาร่วมด้วยจะดูแค่เพราะว่าปลาตัวโตน่ารับประทานอย่างเดียวคงไม่ได้ ซึ่งหลักการที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการซื้อปลาสลิด มีดังต่อไปนี้

  1. กลิ่นหอมเฉพาะตัว ปลาสลิดไม่ว่าจะปลา สลิด แดดเดียวหรือปลาสลิดหอม ต่างมีกลิ่นเฉพาะตัว แต่ว่าไม่ใช่กลิ่นเหม็นและต้องไม่มีกลิ่นโคลนปะปนมา เพราะเวลาเอามาปรุงอาหารอาจทำให้หมดความอร่อยได้ ทั้งนี้ปลาสลิดหอมจะมีกลิ่นเฉพาะมากกว่าเนื่องจากปลาถูกทิ้งเอาไว้นานกว่าก่อนจะนำมาตากจนเนื้อแห้ง ดังนั้นกลิ่นปลาหอมอาจจะเรียกได้ว่าตุเล็กน้อย แต่เป็นกลิ่นตุที่หอม
  2. ปลาต้องมีความสดอยู่พอประมาณ ปลา สลิด แดดเดียวนั้นอันที่จริงจะถูกนำไปตากแดดไม่นานนัก แค่พอให้ผิวแห้งตึง ดังนั้นเนื้อด้านในจะยังดูสดอยู่พอสมควร วิธีสังเกตง่ายๆคือ กดที่ผิวปลาส่วนหลัง ผิวปลาจะต้องเด้งกลับมาเล็กน้อย ไม่ใช่ยุบไปเลยหรือแข็งจนกดไม่ลง เพราะถ้ายุบแปลว่าปลามีเนื้อที่นิ่มเละ ส่วนปลาเนื้อแข็งอาจหมายความได้ว่าปลาเน่าที่ถูกนำไปตากแดดซ้ำหลายครั้งจนเนื้อปลาแห้งแข็งนั่นเอง
  3. มีไขมัน ตรงนี้สามารถสังเกตจากภายในท้องปลา ซึ่งปลาที่มีไขมันจะมีรสชาติดีกว่าปลาที่เนื้อแห้งๆแข็งๆ แต่ว่าบางเจ้าอาจจะสังเกตยากหน่อยเพราะปลามีไข่มีปิดท้องอยู่เกือบหมดทุกตัว

            และทั้งหมดนี้ก็เป็นลักษณะของปลาสลิด แดดเดียวที่ดีที่เรานำมาฝากกัน คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกซื้อปลาสลิดในครั้งต่อๆไปไม่น้อย และเมื่อซื้อมาแล้ว ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร อย่าลืมหยิบปลาสลิดไปตากแดดก่อน(แต่ต้องไม่นานเกินไป) จะช่วยให้ปลามีกลิ่นหอมของแดดมากยิ่งขึ้น ปรุงอาหารได้อร่อยมากขึ้นนั่นเอง สุดท้ายนี้อย่าลืมว่าปลาสลิดแดดเดียวนั้นทำด้วยวิธีการหมักเกลือ การปรุงส่วนใหญ่จะผ่านการทอดก่อน ซึ่งอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น รวมทั้งอาหารเค็มๆทอดๆด้วย ดังนั้นอย่าลืมว่าต้องทานในปริมาณที่เหมาะสมด้วย