อาหาร

ในปัจจุบันนี้สิ่งที่เรามักจะได้ยินกันเป็นประจำสำหรับเรื่องของอาหารก็คือการทานอาหารเพื่อสุขภาพอาหารคลีนหรืออาหารที่ทำให้เราสุขภาพดีที่เรียกว่า Healthy Food เมื่อไหร่ก็ตามที่มีสัญลักษณ์นี้ปรากฏบนอาหารหรือมีชื่อห้อยท้ายว่าอาหารเพื่อสุขภาพเมนูเหล่านั้นล้วนแล้วแต่จะเป็นเมนูที่ขายดีเพราะในปัจจุบันนี้คนเราหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลร่างกายและจิตใจเรามากยิ่งขึ้นดังนั้นหมายความว่าเมื่อเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับร่างกายตัวเองเราก็จะมีสุขภาพใจดีขึ้นตามไปด้วยแต่ในหลายๆครั้งที่เราอยากรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอยากทำทานเองแต่เราก็ขาดความรู้ความเข้าใจในการรับพลังงานเข้าไปให้กับร่างกาย ดังนั้นวันนี้หากคุณเป็นคนที่ใส่ใจดูแลสุขภาพและอยากทำอาหารเพื่อสุขภาพทานเองสิ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงในการปรุงอาหาร 1 จานสำหรับตัวเองใน 1 มื้อควรต้องคำนึงถึงอะไรบ้างดังนี้

อันดับแรกต้องรับรู้พลังงานจากสารอาหารหรือที่เราเรียกว่าปริมาณแคลอรี่ที่จะได้รับในแต่ละมื้อซึ่งสารอาหารแต่ละประเภทก็จะให้พลังงานที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างเช่นอาหารคาร์โบไฮเดรต 1 กรัมจะให้พลังงานกี่แคลอรี่โปรตีน 1 กรัมให้พลังงานกี่แคลอรี่และไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9 แคลอรีเมื่อทราบดังนี้เราก็จะคำนวณ สัดส่วนของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ปรุงอาหารได้ง่ายขึ้นและได้รับพลังงานในปริมาณที่พอเหมาะไม่รับเกินจนทำให้อ้วนนั่นเอง 

เรื่องต่อมาคือการเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหาร โดยวัตถุดิบสำหรับการทําอาหารคลีนไม่จำเป็นต้องแพงแต่เน้นการให้สารอาหารจำพวกที่จำเป็นต่อร่างกายเช่นคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยสูงประเภทข้าวซ้อมมือหรือข้าวหอมนิลรวมไปถึงธัญพืชไม่ขัดสีประเภทต่างๆในส่วนของโปรตีนต้องเลือกโปรตีนจากเนื้อปลาหรือโปรตีนจากพืชประเภทถั่วต่างๆทั้งนี้ก็เพื่อช่วยในการลดไขมันในเลือดและยังป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วยนอกจากนี้หากเรารับประทานโปรตีนจากพืชเช่นพืชประเภทถั่วต่างๆเราอยากจะได้รับวิตามินอีกรดโฟลิกรวมไปถึงใยอาหารเพิ่มขึ้นจากวิตามินบีวิตามินเอที่เราจะได้รับในเนื้อปลาและไข่ อีกด้วย 

การเลือกรับประทานอาหารจำพวกผักผลไม้และธัญพืชไม่ขัดสีทองเป็นผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำจึงจะดีต่อร่างกายและถือได้ว่าเป็นอาหารคลีนที่มีประโยชน์

การเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมต่ำถึงแม้ว่าโซเดียมจะเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายและการดำรงชีวิตเราจำเป็นต้องใช้โซเดียมในการรักษาความสมดุลของของเหลวในร่างกายก็จริงแต่ถ้าหากเราได้รับโซเดียมมากจนเกินไปก็จะทำให้ตัวบวมรวมทั้งยังมีความเสี่ยงในการเพิ่มความดันโลหิตให้เพิ่มมากขึ้นดังนั้นในแต่ละวันเราควรที่จะได้รับโซเดียมอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมและสูงสุดไม่เกิน 2000 300 mg นั่นเองถ้าหากนึกหน่วยมิลลิกรัมไม่ออกให้เรานึกถึงเกลือ 1 ช้อนชาหรือน้ำปลา 1 ช้อนชาจะมีโซเดียมเฉลี่ย 400 mg นั้นเอง